INPUT115V

OUTPUT45-0-45

1A

ISOLATR-TRANSFORMER

สินค้าไม่มีในสต๊อก

ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT115V  OUTPUT45-0-45  1A  ISOLATR-TRANSFORMER  สินค้าไม่มีในสต๊อก  ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT115V
OUTPUT45-0-45
1A
ISOLATR-TRANSFORMER
สินค้าไม่มีในสต๊อก
ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT115V  OUTPUT45-0-45  1A  ISOLATR-TRANSFORMER  สินค้าไม่มีในสต๊อก  ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT115V
OUTPUT45-0-45
1A
ISOLATR-TRANSFORMER
สินค้าไม่มีในสต๊อก
ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT 415V

OUTPUT 220V     ที่ 100VA

OUTPUT 26V        ที่ 60VA

ISOLATR-TRANSFORMER

ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT 415V  OUTPUT 220V     ที่ 100VA  OUTPUT 26V        ที่ 60VA  ISOLATR-TRANSFORMER  ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

INPUT 415V
OUTPUT 220V ที่ 100VA
OUTPUT 26V ที่ 60VA
ISOLATR-TRANSFORMER
ต้องการสั่งทำหม้อแปลงติดต่อมาทางร้านครับ

ห้างหุ้นส่วนจำกัด สตาร์เซอร์กิต (สำนักงานใหญ่)
50 หมู่ที่ 5 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร 10510 เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0143549002890
50 Moo 5 Sansab Minburee Bangkok 10510

อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
5/180 หมู่ 3 หมู่บ้านนันทวัน 5 แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก กรุงเทพฯ 10530
เปิด 8.00 – 17.00 น. วันจันทร์ – เสาร์
พัก 12.00-13.00น.

โทร. 02-5482031,081-6450631 (DTAC)
Email: opke.com@hotmail.com
Line: opke.com

www.อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์.com

 

แผนที่:
แผนที่ สตาร์เซอร์กิต

แผนที่ สตาร์เซอร์กิต

รับพันหม้อแปลงใหม่

รับพันหม้อแปลงใหม่ และซ่อมหม้องแปลงทุกชนิด

รับสั่งทำ-ซ่อมหม้องแปลงทุกชนิด

จำหน่ายหม้อแปลง

ISOLATE TRANFORMER 5A INPUT220V OUTPUT12V

TRANFORMER INPUT 220V OUTPUT 0V-12V-0V-12V

ISOLATE TRANFORMER 10KVA INPUT 380V OUTPUT 415V

ISOLATE TRANFORMER 10KVA INPUT 380V OUTPUT 300V

ISOLATE TRANFORMER 10KVA INPUT 380V OUTPUT 200V

ISOLATE TRANFORMER 10KVA INPUT 380V OUTPUT 100V

ISOLATE TRANFORMER 10KVA INPUT 380V OUTPUT 110V

AUTO TRANFORMER 15A INPUT 210V  OUTPUT 100V

หม้อแปลง 4oo mA (1.6X1.6) lnput 100V Output 30V

หม้อแปลง 1.6A (1.9 X 1.9) input 100V output 15v

รับพันหม้อแปลงใหม่

รับพันหม้อแปลงใหม่

กระทรวงอุตสาหกรรม ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน

กระทรวงอุตสาหกรรม ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน

สำนักวิจัยเศรษฐกิจอุตสาหกรรม

 Description: OIENewLogo 
 



สรุปประเด็นข่าวสำคัญ : ประจำวันพุธที่ 6 สิงหาคม 2557
  

ค่าเงินบาท (ประจำวันที่ 5 สิงหาคม 2557)   32.118 บาท/$
ทองคำแท่ง    ซื้อ   19,600.00  บาท ขาย   19,700.00   บาท
ทองรูปพรรณ  ซื้อ   19,313.84 บาท ขาย   20,100.00    บาท
เบนซินออกเทน 95   48.75 บาท/ลิตร ดีเซลหมุนเร็ว     29.85 บาท/ลิตร
แก๊สโซฮอล 95        40.23 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล 91    37.78 บาท/ลิตร

ข่าวในประเทศ
กล่องข้อความ: นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมกล่องข้อความ:              1. กระทรวงอุตฯ ถก ส.อ.ท.18 ส.ค.ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ        7 เดือนอนุมัติ รง.4 ลงทุน 2.1 แสนล้าน (ที่มา: หนังสือพิมพ์ ASTV ผู้จัดการรายวัน, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)    
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า   วันที่ 18 สิงหาคม คณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมจะหารือร่วมกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อบูรณาการร่วมการทำงานกับเอกชน หลังจากการหารือร่วมกับ ส.อ.ท.เมื่อเดือนกรกฎาคม 57 ได้เห็นชอบตั้งคณะทำงานร่วมกัน 4 คณะ ได้แก่ 1.คณะทำงานการปรับ ปรุงการอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม 2.คณะทำงานกำกับโรงงานให้ปฏิบัติตามกฎหมาย 3.กระตุ้นเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันและ 4.การต่อต้านคอร์รัปชัน โดยคณะทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรมกับ ส.อ.ท.จะมีการประชุมเพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันในทุกเดือน และเดือนสิงหาคมนี้ทางส.อ.ท.จะเป็นเจ้าภาพจัดประชุม ซึ่งการตั้งคณะทำงาน 4 ชุดล่าสุดได้กำหนดให้มีตัวแทนจากฝ่ายละ 3 คนเข้าร่วมในคณะทำงานทุกชุด ซึ่งจะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพและรวดเร็วซึ่งจะทำให้อุปสรรคการลงทุนต่างๆ หมดไป สำหรับการอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน(รง. 4) ทั่วประเทศผ่านหน่วยงานอนุญาตของกระทรวงอุตสาหกรรม 7 เดือน (มกราคม-กรกฎาคม 57) มีทั้งสิ้น 2,212 โรงงาน คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 211,314 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงาน 60,692 ซึ่งมีทิศทางลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีการอนุญาตรง. 4 ที่ 2,339 โรงงานเงินลงทุน 194,535 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หลังกระทรวงอุตสาหกรรมลดขั้นตอนการพิจารณา รง. 4 ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน ทำให้เดือนกรกฎาคมมีการอนุญาต รง.4 จำนวน 241 รายคิดเป็นเงินลงทุน 43,581 ล้านบาท ดังนั้น แนวโน้มการอนุญาต รง.4 ไตรมาส 4 จะดีขึ้น ทั้งนี้ การอนุญาตโรงงานในกรอบใหม่ 30 วัน คาดว่าจะเห็นชัดเจนในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้จริงนับจากวันที่ได้รับเอกสารครบถ้วนและถูกต้อง โดยการอนุญาตโรงงานที่ใช้เวลาเร็วขึ้นได้ดำเนินการควบคู่ไปกับการบังคับกฎหมายอย่างเคร่งครัดและกำกับอย่างเข้มงวดซึ่งสะท้อนจากยอดคำร้องเรียน 10 เดือน(1 ตุลาคม56 – 31 กรกฎาคม 57) มีการร้องเรียน 202 เรื่องลดลง 36% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มียอดร้องเรียน 274 เรื่อง โดยเรื่องหลักๆ ที่มีการร้องเรียนได้แก่ 1. กลิ่น 2. ฝุ่นละออง 3. น้ำเสีย ส่วนจำนวนเหตุฉุกเฉินเกิดขึ้น 115 ครั้งลดลง 3% โดยเหตุฉุกเฉินคือ ไฟไหม้ 66% ระเบิด 10% และอุบัติเหตุ 8%
กล่องข้อความ:              2. เอสเอ็มอีลงทุนนอกหอการค้านำทัพขยายธุรกิจในเวียดนาม รองเท้า-สิ่งทอ-ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์เด่น (ที่มา: โพสต์ ทูเดย์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)
กล่องข้อความ: นายอิสระ ว่องกุศลกิจ   ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย  นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยได้ร่วมมือกับมูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (ไอเมท) จัดทำโครงการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยที่ต้องการไปลงทุนในต่างประเทศโดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ต้องการไปลงทุนต่างประเทศ แต่ยังขาดความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศนั้นๆ รวมทั้งขาดแผนรองรับความเสี่ยงในการทำธุรกิจ จึงทำให้การออกไปทำธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ โดยโครงการนี้จะให้บริษัทใหญ่ที่ประสบความสำเร็จเป็นพี่เลี้ยงให้แก่เอสเอ็มอี และจะนำร่องส่งเสริมการลงทุนในประเทศเวียดนาม ตอนนี้เวียดนามเริ่มนิ่งขึ้นทั้งเรื่องราคาที่ดิน กฎหมายต่างๆ ที่มีความชัดเจนขึ้น จากช่วงแรกที่มีบริษัทใหญ่ๆ ของไทยหลายรายเข้าไปลงทุนและประสบความสำเร็จมาแล้ว จึงเหมาะที่จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน ทั้งนี้ เบื้องต้นตั้งเป้าว่าภายใน 1 ปี จะมีธุรกิจไทยไปลงทุนในเวียดนามอย่างน้อย3 ราย โดยอุตสาหกรรมที่ส่งเสริมให้ไปลงทุน ได้แก่ รองเท้า สิ่งทอ ชิ้นส่วนมอเตอร์ไซค์ และบรรจุภัณฑ์ และหากโมเดลนี้ประสบความสำเร็จก็จะขยายผลการลงทุนในกลุ่มประเทศอาเซียนอื่นๆเช่น อินโดนีเซียและพม่า
สำหรับบริษัทขนาดใหญ่ที่จะมาเป็นพี่เลี้ยงมี 14 บริษัท เช่น ปตท. กลุ่มเครือ เจริญโภคภัณฑ์ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์และเครือเอสซีจี เป็นต้น
กล่องข้อความ:  3. อุตฯ ชิ้นส่วนบุกอินโดฯ (ที่มา: โพสต์ ทูเดย์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)
กล่องข้อความ: นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ   มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย  นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า นโยบายเศรษฐกิจภายใต้ผู้นำคนใหม่น่าจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศอินโดนีเซียให้ดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่เป้าหมายที่จะผลักดันให้อินโดนีเซียเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อาจส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยเช่นกัน ทั้งนี้ ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นจำนวนมากได้ตั้งโรงงานผลิตรถยนต์ในอินโดนีเซีย และในอนาคตจะมีผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไปลงทุนในอินโดนีเซียมากขึ้น โดยอุตสาหกรรมขั้นกลางหรือชิ้นส่วนยานยนต์ยังมีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน ซึ่งผู้ประกอบการไทยน่าจะเข้าไปลงทุนเพื่อป้อนวัตถุดิบให้กับผู้ผลิตยานยนต์ได้
อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประกอบการไทยที่มีโอกาสเข้าไปลงทุนคงเป็นกลุ่มซัพพลายเออร์ของบริษัทญี่ปุ่นหรือกลุ่มที่มีลูกค้าอยู่แล้ว แต่กลุ่มที่ไปเดี่ยวๆ อาจจะทำได้ยากกว่า เพราะผู้ประกอบการอินโดนีเซียค่อนข้างมีความเข้มแข็งอยู่แล้ว และภาครัฐย่อมให้สิทธิประโยชน์แก่ผู้ประกอบการท้องถิ่นมากกว่า ขณะที่อุตสาหกรรมอื่นๆที่ควรเข้าไปลงทุน คือ การแปรรูปสินค้าเกษตรที่ไทยมีความเชี่ยวชาญ ซึ่งในอินโดนีเซียยังมีไม่เพียงพอ

ข่าวต่างประเทศ
กล่องข้อความ:  1. ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐพุ่งขึ้น 1.1% ในเดือนมิ.ย.
(ที่มา: สำนักข่าวอินโฟเควสท์, ประจำวันที่ 6 สิงหาคม 2557)
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าที่ผลิตในโรงงานสหรัฐปรับตัวขึ้น 1.1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นครั้งที่สี่ในรอบห้าเดือน และมากที่สุดในรอบสามเดือน อีกทั้งยังมากกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ถึงเกือบสองเท่า โดย       นักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่ายอดสั่งซื้อเดือนมิถุนายนจะเพิ่มขึ้น 0.6% หลังจากที่ร่วงลง 0.6% ในเดือนพฤษภาคม มียอดสั่งซื้อเดือนพฤษภาคมถูกปรับทบทวนจากรายงานก่อนหน้านี้ซึ่งระบุว่าลดลง 0.5% ยอดสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในเดือนมิถุนายน นำโดยยอดสั่งซื้อเครื่องบิน เครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ โดยยอดสั่งซื้อเครื่องบินพาณิชย์พุ่งขึ้น 8.4% ยอดสั่งซื้อเครื่องจักรเพิ่มขึ้น 2.9% ขณะที่ยอดสั่งซื้อคอมพิวเตอร์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มขึ้น 2.9%
สำหรับยอดสั่งซื้อสินค้าทุนนอกภาคกลาโหมซึ่งไม่รวมอากาศยาน เพิ่มขึ้น 3.3% ในเดือนมิถุนายน โดยนักเศรษฐศาสตร์จับตาดูสินค้าหมวดนี้ เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้ประเมินแผนการใช้จ่ายและความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งเป็นสินค้าที่มีราคาแพงและมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 3 ปี เช่น คอมพิวเตอร์ รถยนต์ และเครื่องจักร เพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ไม่รวมสินค้าด้านการขนส่งซึ่งมีความผันผวน ปรับตัวขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนกรกฎาคมเพิ่มขึ้น 2.5%

http://www.star-circuit.com/news/Ministry-of-Economy.html

ตัวต้านทานแบบค่าคงที่ (Fixed Resistor)

          เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ในการต้านทานการไหลของกระแสไฟฟ้า นิยมนำมาประกอบในวงจรทางด้านไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ตัวอย่างเช่นวงจรเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์ เครื่องขยายเสียง ฯลฯ เป็นต้น ตัวต้านทานที่ต่ออยู่ในวงจรไฟฟ้า ทำหน้าที่ลดแรงดัน และจำกัดการไหลของกระแสไฟฟ้าในวงจร

ตัวต้านทานแบบค่าคงที่  (Fixed Resistor)

          ตัวต้านทานชนิดค่าคงที่มีหลายประเภท ในรายงานเล่มนี้จะขอกล่าวประเภทที่มีความนิยม ในการนำมาประกอบใช้ในวงจร ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์โดยทั่วไป ดังนี้

ตัวต้านทานชนิดคาร์บอนผสม (Carbon Composition)

          เป็นตัวต้านทานที่นิยมใช้กันแพร่หลายมาก มีราคาถูก โครงสร้างทำมาจากวัสดุที่มีคุณสมบัติเป็นตัวต้านทาน ผสมกันระหว่างผงคาร์บอนและผงของฉนวน อัตราส่วนผสมของวัสดุทั้งสองชนิดนี้ จะทำให้ค่าความต้านทานมีค่ามากน้อย เปลี่ยนแปลงได้ตามต้องการ บริเวณปลายทั้งสองด้านของตัวต้านทานต่อด้วยลวดตัวนำ บริเวณด้านนอกของตัวต้านทานจะฉาบด้วยฉนวน

ตัวต้านทานชนิดคาร์บอนผสม (Carbon Composition)

ตัวต้านทานแบบฟิล์มโลหะ (Metal Film)

          ตัวต้านทานแบบฟิล์มโลหะทำมาจากแผ่นฟิล์มบางของแก้วและโลหะหลอมเข้าด้วยกันแล้วนำไปเคลือบที่เซรามิค ทำเป็นรูปทรงกระบอก แล้วตัดแผ่นฟิล์มที่เคลือบออกให้ได้ค่าความต้านทานตามที่ต้องการ ขั้นตอนสุดท้ายจะทำการเคลือบด้วยสารอีป๊อกซี (Epoxy) ตัวต้านทานชนิดนี้มีค่าความผิดพลาดบวกลบ 0.1 % ถึงประมาณ บวกลบ 2% ซึ่งถือว่ามีค่าความผิดพลาดน้อยมาก นอกจากนี้ยังทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิจากภายนอกได้ดี สัญญาณรบกวนน้อยเมื่อเทียบกับตัวต้านทานชนิดอื่น ๆ

ตัวต้านทานแบบฟิล์มโลหะ (Metal  Film)

ตัวต้านทานแบบฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film)

          ตัวต้านทานแบบฟิล์มคาร์บอน เป็นตัวต้านทานแบบค่าคงที่โดยการฉาบผงคาร์บอน ลงบนแท่งเซรามิคซึ่งเป็นฉนวน หลังจากที่ทำการเคลือบแล้ว จะตัดฟิล์มเป็นวงแหวนเหมือนเกลียวน๊อต ในกรณีที่เคลือบฟิล์มคาร์บอนในปริมาณน้อย จะทำให้ได้ค่าความต้านทานสูง แต่ถ้าเพิ่มฟิล์มคาร์บอนในปริมาณมากขึ้น จะทำให้ได้ค่าความต้านทานต่ำ ตัวต้านทานแบบฟิล์มโลหะมีค่าความผิดพลาด บวกลบ 5% ถึงบวกลบ 20% ทนกำลังวัตต์ตั้งแต่ 1/8 วัตต์ถึง 2 วัตต์ มีค่าความต้านทานตั้งแต่ 1 โอห์ม ถึง 100 เมกกะโอห์ม

ตัวต้านทานแบบฟิล์มคาร์บอน (Carbon Film)

ตัวต้านทานแบบไวร์วาวด์ (Wire Wound)

          โครงสร้างของตัวต้านทานแบบนี้เกิดจากการใช้ลวดพันลงบนเส้นลวดแกนเซรามิค หลังจากนั้นต่อลวดตัวนำด้านหัวและท้ายของเส้นลวดที่พัน ส่วนค่าความต้านทานขึ้นอยู่กับวัสดุ ที่ใช้ทำเป็นลวดตัวนำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของแกนเซรามิคและความยาวของลวดตัวนำ ขั้นตอนสุดท้ายจะเคลือบด้วยสารประเภทเซรามิค บริเวณรอบนอกอีกครั้งหนึ่ง ค่าความต้านทานของตัวต้านทานแบบนี้ จะมีค่าต่ำเพราะต้องการให้มีกระแสไหลได้สูง ทนความร้อนได้ดี สามารถระบายความร้อนโดยใช้อากาศถ่ายเท

ตัวต้านทานแบบไวร์วาวด์ (Wire Wound)

ตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มหนา (Thick Film Network)

          โครงสร้างของตัวต้านทานแบบนี้ทำมาจากแผ่นฟิล์มหนา มีรูปแบบแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งาน ในรูปแสดงตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มหนาประเภทไร้ขา (Chip Resistor) ตัวต้านทานแบบนี้ต้องใช้เทคโนโลยี SMT (Surface Mount Technology) ในการผลิต มีอัตราทนกำลังประมาณ 0.063 วัตต์ ถึง 500 วัตต์ ค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบ 1 % ถึง บวกลบ 5 % (จากหนังสือ Farnell II-Semi Conductor and Passines

ตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มหนา (Thick Film Network)

ตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มบาง (Thin Film Network)

          โครงสร้างของตัวต้านทานแบบนี้ทำมาจากแผ่นฟิล์มบาง มีลักษณะรูปร่างเหมือนกับตัวไอซี (Integreate Circuit) ใช้เทคโนโลยี SMT (Surface Mount Technology) ในการผลิตเช่นเดียวกับตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มหนา โดยส่วนใหญ่จะมีขาทั้งหมด 16 ขา การใช้งานต้องบัดกรีเข้ากับแผ่นลายวงจร อัตราทนกำลัง 50 มิลลิวัตต์ มีค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบ 0.1 % และอัตราทนกำลัง 100 มิลลิวัตต์ จะมีค่าความคลาดเคลื่อนบวกลบ 5 % ที่แรงดันไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน 50 VDC

ตัวต้านทานแบบแผ่นฟิล์มบาง (Thin Film Network)

โพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer)

          โพเทนชิโอมิเตอร์ หรือพอต (Pot) คือตัวต้านทานที่เปลี่ยนค่าได้ในวงจรต่าง ๆ โครงสร้างส่วนใหญ่จะใช้วัสดุประเภทคาร์บอน ผสมกับเซรามิคและเรซินวางบนฉนวน ส่วนแกนหมุนขา กลางใช้โลหะที่มีการยืดหยุ่นตัวได้ดี โดยทั่วไปจะเรียกว่าโวลลุ่มหรือ VR (Variable Resistor) มีหลายแบบที่นิยมใช้ในปัจจุบันคือแบบ A , B และ C

Potentiometer
Potentiometer

ตัวต้านทานปรับค่าได้แบ่งได้ 2 แบบ คือ

  1. โพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer) หรือ POT นิยมเรียกกันว่า วอลุ่ม มีทั้งแบบหมุนและแบบเลื่อน
  2. ทริมเมอร์โพเทนชิโอมิเตอร์ หรือ ทริมพอต (Trimmer potentiometer or trimpot) หรือที่เรียกว่า R เกือกม้า แบบนี้จะไม่มีแกนหมุนส่วนใหญ่จะอยู่ภายในวงจร

ค่าความต้านทานของตัวต้านทานประเภทนี้จะพิมพ์ไว้บนตัวต้านทาน สามารถหมุนได้ 300 องศา แต่ละชนิดจะมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานที่แตกต่างกัน ตามองศาที่หมุนเช่นระหว่างขา 1 และขา 2

POT

แบบ A จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก เป็นอัตราส่วนแบบทวีคูณ (Log)
แบบ B จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก แบบสม่ำเสมอ (Linear)
แบบ C จะเป็นการเปลี่ยนแปลงค่าความต้านทานจากน้อยไปหามาก เป็นอัตราส่วนแบบทวีคูณ (Anti Log)
แบบ MN เป็นวอลุ่มที่ถูกออกแบบมาให้ปรับแต่งเสียงแบบซ้ายขวา (Balance)

ที่มา: http://www.star-circuit.com/article/Electronic-component/Resistor.html

วงจร Audio Notch filter

วงจร Audio Notch filter

วงจร Alternate Action Button

วงจร Alternate Action Button

วงจร Air Flow Detector

วงจร Audio Isolation Amplifier

Audio Isolation Amplifier

Audio Isolation Amplifier

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Audio Isolation Amplifier PCB1 Audio Isolation Amplifier PCB2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

รายการอุปกรณ์

R1, R11 56 kOhm C1, C11 470 nF
R2, R12 39 kOhm C2, C12 2,2 uF (mikrofarad)
R3, R13 180 kOhm C3, C13 4,7 uF (mikrofarad)
R4, R7, R14, R17 15 kOhm C4, C14 15 pF, Ceramic
R5, R9, R15, R19 10 Ohm C21, C22, C25, C31, C32, C35 100 nF, Ceramic
R6, R16 120 kOhm C23, C33 1000 uF (mikrofarad) / min. 16 V
R8, R18 470 Ohm C24, C34 100 uF (mikrofarad) / min. 10 V
R10, R20 100 kOhm C26 10 nF/630 V= (275 V~)
R21, R31 390 Ohm T1, T3, T11, T13 BC559C (BC177, BC308, BC558 …)
R22, R32 1,8 kOhm T2, T4, T12, T14 BC549C (KC238, BC238, BC548 …)
R23 4,7 kOhm U21, U31 B250C1000DIL, diode stek DIL / DIL bridge
P1 10 kOhm / N, potenciometr D21, D22, D31, D32 1N4148, KA262 apod./or eq.
IO21, IO31 LM317L
Transformor 0,5 W
230 V / 2x 9 V LED LED 2 mA

 

สั่งซื้อ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  http://www.xn--12caa4evamj9ddr4dzaee4hg9c4iof0dn.com/